Sunday, June 10, 2007

์สัมมนา Next Ebiz model 2.0 ผู้เข้าฟังเกือบ 400 คน ขอบคุณทุกท่านครับ

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ไปร่วมงาน Next Ebusiness Model เมื่อวันเสาร์ที่ 9 มิถุนายน 2550 สามารถติดตามอ่านรายละเอียดและดาวน์โหลด Powerpoint ของวิทยากรแต่ละท่านได้เลยครับ
โดยที่บทสรุปนี้จดโดยสมาชิก Thaiseoboard.com ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
ชีพธรรม คำวิเศษณ์
tri333@thaiventure.com
ไฟล์ introebiz

ช่วงที่ 1
วิทยากร:คุณอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจออนไลน์ ทีมงานรุ่นบุกเบิกผู้วางระบบให้ Pantip.com

From สัมมนา Next e...

ดาวน์โหลด ไฟล์ ของ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์

Web 1.0 ยุคแรก คือการพยายามทำสิ่งรอบๆ ตัว เท่าที่จะทำได้ แปลงให้กลายเป็น digital เช่น นิตยสาร จดหมาย บริการธนาคาร ฯลฯ โดยแนวคิดยังคล้ายๆ กับโลก offline เช่น สื่อโฆษณาในเว็บไซต์ ก็จะมีการแบ่งเนื้อที่ขาย วิธีการขาย คล้ายๆ ในหนังสือ หนังสือพิมพ์ หรือเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลโดยไม่ได้มีการสื่อสารสองทางกับผู้ใช้

Web 2.0 พัฒนาต่อยอดโดยเพิ่มแนวคิด “ทำให้ชีวิตผู้คนง่ายขึ้น” สะดวกขึ้น ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ การค้นคว้าข้อมูลทำรายงาน ถ้าเป็นสมัย 10 กว่าปีก่อน ก็ต้องเข้าห้องสมุด หาข้อมูล ต้องนั่งรถ เดินทาง อาจใช้เวลาเป็นวัน แต่ปัจจุบัน การค้นหาข้อมูลทำได้ง่าย เช่น ใช้ Google Search ก็จะหาข้อมูลด้วยระยะเวลาน้อยมาก ไม่มีค่าเดินทาง สะดวกสบายขึ้น ชีวิตง่ายขึ้น นี่คือสิ่งที่ web 2.0 ทำให้เกิดขึ้นได้

ไม่ว่าเราจะทำอะไร หรือทำธุรกิจ มันจะมี Transaction Cost เกิดขึ้น
จากตัวอย่างข้างบน การเดินทางไปหาข้อมูลทำรายงาน ค่ารถ ก็คือ Transaction Cost อย่างนึงนั่นเอง
ดังนั้น Transaction Cost มาก ชีวิตก็วุ่นๆ แต่ถ้า Transaction Cost น้อยลง ชีวิตก็ “ง่ายขึ้น”

แนวคิดของสินค้าและบริการที่เกิดขึ้น ก็คือ ทำยังไงให้ผู้คนใช้ชีวิตง่ายมากขึ้นกว่าเดิม เช่น

ตัวอย่างโลก offline
- ห้างโลตัส ทำให้ชีวิตคนง่ายขึ้นกว่าเดิม แทนที่คนจะต้องไปฟาร์มไก่เพื่อซื้อเนื้อไก่ ไปฟาร์มหมูซื้อหมู คงไม่สนุกแน่นอน และเกิด Transaction Cost ขึ้นมาก แม้ไปซื้อหน้าฟาร์มราคาถูก แต่เมื่อคิดค่าเดินทางไปโน่นมานี่แล้ว ไม่คุ้มครับ นี่เองคือสิ่งที่ห้างโลตัส เข้ามาเป็นตัวกลาง แม้จะขายราคาแพงกว่าหน้าฟาร์ม แต่ผู้คนยินดีซื้อ เพราะเข้าห้างเดียว จะซื้ออะไรก็ซื้อได้เกือบทุกอย่าง

ตัวอย่างโลกออนไลน์- แทนที่ web publisher กับ advertiser จะต้อง deal กันเอง case by case กว่าจะหาจุดร่วมที่พอดีกัน คงใช้เวลามาก แต่เมื่อมี Google AdWords และ Google AdSense ต่างก็ทำให้ชีวิตของ publisher กับ advertiser ง่ายขึ้น ต่างฝ่ายต่างติดต่อผ่าน Google ทางเดียว จบ!

สรุป ใครลด Transaction Cost ได้มาก และสามารถทำให้ชีวิตผู้ใช้ “ง่ายขึ้น” ก็มีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่า

4 Ways for your online business

1.Disintermediaring คือ ตัดตัวกลางออก แต่ก็สามารถทำ Transaction Cost ได้ต่ำกว่า เช่น DELL ทำการประกอบคอมพิวเตอร์ตามสั่งของลูกค้า และส่งตรงถึงลูกค้าได้ภายใน 3 วัน สามารถเอาชนะ Model ของ Compaq ที่ทำการตลาดผ่าน Best Buy โดยใช้เวลาส่งของถึงมือลูกค้า 45 วัน

2.Be Intermediaring คือ มาเป็นตัวกลางเอง เช่น ห้างโลตัส, Google AdWords, Google AdSense

3.Reduce Transaction Cost to compete with existing Intermediaring คือเป็นตัวกลางเหมือนกัน แต่ทำการแข่งขันกับตัวกลางที่มีอยู่ก่อนแล้ว เพื่อลด Transaction Cost ให้น้อยกว่า

4. Be Intermediaring of Intermediaring คือเป็นตัวกลางของตัวกลางอีกที เช่น ผู้ให้บริการทำโฆษณา Google AdWords หรือ ผู้ให้บริการบริหารการประมูลของใน ebay ตามตัวอย่าง (จากความเข้าใจผมเอง)

บริษัททั่วไป – [ผู้ให้บริการทำโฆษณา Google AdWords] - Google AdWords – ผู้ชมเว็บไซต์
กรณีนี้ ผู้ให้บริการทำโฆษณา Google AdWords และ Google AdWords ต่างก็เป็น Intermediaring

มี case ที่น่าสนใจมากๆ ก็คือ ทำไม Google ซื้อ Double Click ในราคา $3.1 Billion ขณะที่ปีที่แล้วก็ซื้อ youtube ไปแล้ว $1.76 Billion
-Google Profit 2006 = $3 Billion
-Double Click Profit/year = Max.$300 Million

ทำไม Google ใช้เงินกำไรทั้งปี 2006 ซื้อ Double Click ทั้งๆ ที่มูลค่ากำไรต่อปีของ Double Click นั้นน้อยกว่าเงินที่ลงทุนซื้อมาก อาจเพราะ Double Click มี Performic อยู่ก็ได้ (คล้ายๆ CJ)
และ Google อาจจะพัฒนาต่อยอด จาก Perfomic ทำการรวมตัวกลายเป็น Affiliate provider ซะเอง และอาจจะชิงส่วนแบ่งทางการตลาดมาจาก Affiliate Provider รายอื่นๆ ได้ในที่สุด

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยากรท่านนี้
ดูเพิ่มได้ที่ http://blog.macroart.net
http://www.thaiebaybilble.com
http://www.gchoice.com

------------------------

ช่วงที่ 2
วิทยากร: คุณปรเมศวร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บัณฑิตเซ็นเตอร์ จำกัด และ ผู้บริหาร Kapook.com

From สัมมนา Next e...

ดาวน์โหลดไฟล์ คุณปรเมศวร์ มินสิริ

คุณปรเมศวร์ขึ้นรูปให้ดูระหว่างรถ 2 คันครับ
คันซ้ายเป็นรถแลนด์โรวอร์(มั้ง) คันใหญ่ คันขวาเป็น toyota vios คันเล็ก
ถ้าเทียบแล้วก็คือ รถแลนด์โรวอร์คือ web 1.0 และ toyota vios เป็น web 2.0

Web 2.0 คือมีความเฉพาะเจาะจง และตรงกลุ่มเป้าหมายกว่า web 1.0 และมีขนาดกะทัดรัด คล่องตัว

และก็ได้นำรูปถ่ายจากงาน Web2.0 Expo มาให้ดูกันครับ

ตัวอย่างที่นำมาคุยกันคือ Flickr.com ไม่น่าเชื่อว่ามีพนักงานเพียง 8 คน และเป็นเว็บที่มีจุดขายคือเรื่อง photo sharing เพียงอย่างเดียว ก็แจ้งเกิดในวงการได้อย่างสบายๆ

และก็มีภาพนี้ครับ


-----------------------


ช่วงที่ 3
วิทยากร: คุณตราวุธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ผู้แต่งหนังสือ Google Make me rich

From สัมมนา Next e...
ดาวน์โหลดไฟล์ คุณตราวุธิ์ เหลืองสมบูรณ์

ได้บรรยายถึงโมเดลการทำ Affiliate Marketing ขั้นพื้นฐาน ซึ่งแนะนำผู้ฟังว่า เป็นธุรกิจ ทีเริ่มได้ง่าย ไม่ต้องดูแลเรื่องสินค้า ไม่ต้องมีภาคบริการลูกค้า เพียงแต่สมัครขอ Link ID จาก Affiliate Provider เช่น CJ, ClickBank etc แล้วนำไปโปรโมทด้วยวิธีต่างๆ เช่น PPC Advertising, MSN-Name, E-mail Signature, offline Media, etc แล้วถ้ามี Action เกิดขึ้น ตามที่ เจ้าของสินค้าหรือบริการกำหนด เราก็จะได้ค่าคอมมิสชั่น

การสร้างแบรนด์ eBay ในยุคเริ่มต้น ก็เน้น Affiliate เพื่อให้คนมารู้จัก มาใช้ eBay มากขึ้น
Amazon ก็มีระบบ Affiliate และยังมีระบบ aStore ที่จะทำให้ Affiliate Marketer ชีวิตง่ายขึ้น คือสร้าง Landing Page ที่มีรูปและรายละเอียดของสินค้าได้เพียงไม่กี่คลิก ก็นำไปโปรโมทขายสินค้าได้เลย

Affiliate แทรกซึมอยู่ทุกๆ ที่ จนบางครั้ง คนเราก็ไม่รู้ตัวว่า Action นั้นๆ ผ่าน Affiliate Link ของใครบางคนอยู่ก็ได้ (นั่นคือ Silent Sale)

คำคม: โอกาสมีอยู่ทุกที่ อยู่ที่ว่ามองเห็นโอกาสนั้นไหม และทำโอกาสนั้นให้กลายเป็นเงินได้อย่าง

------------------------------

ช่วงที่ 4
วิทยากร: คุณธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ (โซวบักท้ง) ผู้ก่อตั้ง ThaiSEOBoard.com

From สัมมนา Next e...
ดาวน์โหลด ไฟล์ คุณโซลบักท้ง


คุณโซวได้อธิบายคร่าวๆ ถึง E-Business ว่าได้ถูกนำมาใช้อย่างไร เช่น

-Supply Chain Management
-Procurement
-**Outsourcing เช่น จ้างมืออาชีพจากประเทศต่างๆ ได้โดยผ่าน E-Business ช่วยลดต้นทุน เวลา ได้
-CRM (Customer Relation Management)
-E-commerce
-**Advertising สื่อโฆษณาออนไลน์ ที่เป็นสิ่งที่สำคัญมากสิ่งหนึ่งใน E-Business
-Promotioning (การส่งเสริมการขาย)

และ เทคโนโลยีสมัยนี้ ทำให้วิถี แนวคิด ต่างๆ เปลี่ยนแปลงไป โดยแนะนำให้อ่านหนังสือ The World is Flat กันครับ


ย้อนกลับมาเรื่องที่คุณโซวพูดครับ... ยิ้มกว้างๆ

มีเว็บไปทำไม มีเว็บแล้วต้องให้เว็บนั้นสร้างเงินรายได้ให้กับเราด้วย

ด้วยไดอะแกรมง่ายๆ 3 ตัวนี้เอง

Traffic ------> Website ------> Money

จะ web1.0 หรือ 2.0 คุณโซว ไม่สนใจครับ เพราะยังไง มันก็ไม่หนีจากรูปแบบข้างบนแน่นอน

-เว็บไซต์คือการสื่อสาร 2 ทาง ดังนั้น จงใช้ประโยชน์จากมันให้เต็มที่

-จะให้ User ทำอะไรบนเว็บเรา เช่น จะให้ซื้อของ จะให้คลิกแอด สมัครสมาชิก ฯลฯ เลือกเอาสักอย่าง อย่าทำให้ user สับสน เพราะสุดท้ายแล้ว user อาจจะออกจากเว็บไป โดยไม่ทำอะไรเลย

-เราจึงต้องใช้องค์ประกอบ Web Design + Programming + Copy (Content) 3 อย่างนี้ในการชักนำให้ User เกิดการกระทำตามที่เราต้องการ

หนทางในการ Convert Traffic to Money
-ขายของ
-ขายงานบริการ
-ขายข้อมูล (เช่น แทนที่จะขายงานบริการทำ SEO แต่เปลี่ยนมาเขียน E-book เกี่ยวกับการทำ SEO ขายแทน)

และเมื่อเรามีเว็บไซต์ ก็ต้องมีการนำเว็บไซต์ไป Promote ด้วยวิธีต่างๆ ทั้ง SEO, PPC Advertising, Viral Marketing, E-mail Group(not spam), Affiliate, etc.

แต่หลักๆ ก็คือ SEO แต่อย่าไปยึดแค่ทางเดียว เช่น SEO; หาก Algorithm ของ Search Engine เปลี่ยน ก็จะมีผลกระทบได้ ถ้ามีทางอื่นรองรับไว้ ก็ยังสามารถประคับประคองกันไปได้)

คุณโซว ก็แนะนำคร่าวๆ ว่า จะสมัคร AdSense ได้อย่างไร ที่ไหน AdSense ทำงานอย่างไร

และก็พูดถึงแนวคิด

-ทำ 1 เว็บคุณภาพ ได้ $100/วัน
-หรือ ทำ 100 เว็บห่วย ได้เว็บละ $1/วัน

ข้อดีข้อเสียแต่ละอย่างเป็นอย่างไร ทั้งในเรื่องความเร็วในการสร้างเว็บ การดูแล การติดอันดับใน SEO และการทำเงิน ฯลฯ (จำไม่ได้ ร้องไห้)

เมื่อทั้ง 2 แบบ มีทั้งข้อดีข้อเสีย คุณโซวจึงสรุปว่า ก็ทำมันทั้ง 2 อย่างนั่นแหละ !! หมุนเงินลงทุนให้ถูก แบ่งพอร์ตให้ถูกช่วงเวลา ช่วงไหน เว็บแบบไหนรุ่ง ก็ทำแบบนั้น

สุดท้าย คุณโซว ได้ฝากคติข้อคิดไว้ว่า

“ไม่ว่าคุณจะคิดว่า คุณทำได้ หรือคุณทำไม่ได้....

..คุณคิดถูกเสมอ”

----------

เจอกันครั้งหน้าวันเสาร์ที่ 14 ก.ค. 2550

เรื่อง Social Networking

ขอบพระคุณทุกท่าน
ชีพธรรม คำวิเศษณ์
Thaiventure.com

7 comments:

luukmuu said...

ไม่เคยไปสัมนาที่ฟรี และ ดี ขนาดนี้มาก่อน
ผมคงต้อง ไปงายสัมนาที่ ม.รังสิต กับ thaiventure จัดทุกๆเดือนเสียแล้ว
ขอบคุณทุกๆท่านที่เกี่ยวข้อง

badzboy said...

วิทยากรเก่งๆทั้งนั้นครับ

MeOmee said...

เก็บได้ละเอียดจังค่ะ มี่ก็เก็บรายละดียดได้นิดหน่อยเอง ที่นี่ค่ะ http://meomee.blogspot.com

ขอบคุณ Thaiventure นะคะ ที่จัดสัมมนาดี ๆ ให้พวกเราได้แบบนี้

Dreams Catcher said...

ถ้ามีโอกาสไป ก็คงจะไม่อยากพลาดเช่นกันค่ะ
วิทยากร ชื่อ คุ้นหู ผลงานคุ้นตา ทั้งนั้น เสียดายจังเลย

ขอบคุณทาง thaiventure ด้วยนะคะ เพราะอย่างน้อย ก็ทำให้ได้อ่านข้อมูลตรงนี้ และยังได้ DL file อีกด้วย

ฝันว่า สักวัน เราจะได้ ไปเป็นวิทยากรกับเค้าบ้างจัง ^_^

รับทำเว็บไซต์ said...

โอ้โหสุดยอดไปเลยนะเนี่ย

รับทำเว็บไซต์ said...

อือหือ มันต้องยังงี้สิ

Ohmz said...

วิทยากรเก่งๆทั้งนั้นเลยครับ
afrasino
aahfactory
agacatalogs